ห้องเรียนอนุบาลของโรงเรียนมีการจัดการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ เน้นพัฒนาผู้เรียนอย่างรอบด้านทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา
ครูผู้สอนมีความรู้ความสามารถ ใช้สื่อและกิจกรรมที่หลากหลายเหมาะสมกับวัยของเด็ก
บรรยากาศในห้องเรียนเอื้อต่อการเรียนรู้ ปลอดภัย สะอาด และน่าอยู่
เด็กมีส่วนร่วมในการเรียนรู้อย่างมีความสุข กล้าแสดงออก และเรียนรู้ผ่านการเล่นอย่างสร้างสรรค์
โรงเรียนมุ่งเน้นการพัฒนาเด็กให้มีคุณภาพ พร้อมก้าวสู่การเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้นอย่างมั่นคง
ห้องเรียนคุณภาพของโรงเรียนมีการจัดการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
ครูออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย ใช้สื่อและเทคโนโลยีอย่างเหมาะสมเพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน
บรรยากาศในห้องเรียนส่งเสริมการคิด วิเคราะห์ และการมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์
มีการวัดและประเมินผลตามสภาพจริง เพื่อพัฒนาผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง
ผู้เรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีความรู้ ทักษะ และพร้อมต่อการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
1.1 โรงเรียนขนาดเล็กจัดทำและดำเนินการตามแผนพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างเป็นระบบ โดยอ้างอิงข้อมูลสารสนเทศของโรงเรียน เช่น ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สมรรถนะ และคุณลักษณะของผู้เรียน เพื่อกำหนดเป้าหมายที่เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนขนาดเล็ก
1.3 ผู้เรียนร้อยละ 80 ขึ้นไป มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและผลการทดสอบ RT, NT และ O-NET “สูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับชาติ”
1.4 ผู้เรียนร้อยละ 80 ขึ้นไป มีสมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์อยู่ในระดับ “ดีขึ้นไป” โดยมีหลักฐานจากการประเมินตามสภาพจริง (Authentic Assessment) หรือแฟ้มสะสมงาน (Portfolio)
2.1 โรงเรียนพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษาให้มีความยืดหยุ่น และบูรณาการให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ/หรือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย รวมทั้งบริบทของโรงเรียนและชุมชน โดยอาศัยการมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้ปกครอง ภาคีเครือข่ายในพื้นที่ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
2.2 ครูจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการระหว่างกลุ่มสาระการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และการเรียนรู้แบบยืดหยุ่น (Flexible Learning) ที่ตอบสนองต่อศักยภาพของผู้เรียนและบริบทของโรงเรียน
2.3 โรงเรียนขนาดเล็กนำหลักสูตรสถานศึกษาไปใช้จริงในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ มีการติดตาม ประเมินผล และรายงานผลการใช้หลักสูตรอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อปรับปรุงพัฒนาให้มีความยืดหยุ่นและสอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียนและชุมชน
2.4 ครูร้อยละ 80 ขึ้นไป ดำเนินการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรสถานศึกษาอย่างบูรณาการ มีบันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ และนำข้อมูลจากการประเมินไปใช้ปรับปรุงการเรียนรู้ในรอบต่อไปอย่างต่อเนื่อง
3.1 โรงเรียนขนาดเล็กส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาสมรรถนะของครูและบุคลากรทางการศึกษา ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ภาษาอังกฤษ และการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ ผ่านการอบรม พัฒนา หรือกิจกรรม PLC อย่างต่อเนื่อง
3.2 ครูและบุคลากรทางการศึกษาในโรงเรียนขนาดเล็กพัฒนาสมรรถนะอย่างต่อเนื่อง ผ่านการเรียนรู้ด้วยตนเอง การเข้าร่วมอบรม สัมมนา หรือการเรียนรู้จากแหล่งอื่น ๆ อย่างน้อยภาคเรียนละ 1 ครั้ง และสามารถนำความรู้ที่ได้รับมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้หรือบริหารจัดการศึกษาได้จริง
3.3 ครูและบุคลากรทางการศึกษาร้อยละ 80 ขึ้นไป มีสมรรถนะด้านเทคโนโลยีดิจิทัลในระดับ DC–3 ขึ้นไป และสามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อจัดการเรียนรู้ได้จริง เช่น การใช้ OBEC Content Center, DLTV, หรือเครื่องมือดิจิทัลอื่น ๆ ที่สอดคล้องกับบริบทของโรงเรียน
3.4 ครูและบุคลากรทางการศึกษาร้อยละ 80 มีสมรรถนะภาษาอังกฤษตามกรอบ CEFR (Common European Framework of Reference for Languages) ในระดับ A2 ขึ้นไป และสามารถใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร หรือในการจัดการเรียนรู้ได้จริง
4.1 โรงเรียนขนาดเล็กวางแผน ส่งเสริม และสนับสนุนการใช้สื่อ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้และบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ โดยจัดให้มีโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีดิจิทัลที่เหมาะสมและเพียงพอกับบริบทของโรงเรียน
4.2 ครูและบุคลากรทางการศึกษาใช้สื่อ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้หรือบริหารจัดการอย่างเหมาะสม โดยเน้นการใช้แหล่งเรียนรู้ดิจิทัล เช่น OBEC Content Center, DLTV, เว็บไซต์ของครู หรือเครื่องมือดิจิทัลอื่น ๆ ที่สอดคล้องกับศักยภาพของผู้เรียน
4.3 โรงเรียนขนาดเล็กมีระบบจัดเก็บ แบ่งปัน และขยายผลสื่อ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่พัฒนาแล้ว ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือระบบของโรงเรียน เพื่อให้ครูและผู้เรียนเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้จริง
4.4 ครูร้อยละ 80 ขึ้นไป สามารถเลือกใช้หรือพัฒนาสื่อและนวัตกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนขนาดเล็ก และนำไปใช้จริงในการจัดการเรียนรู้
5.1 โรงเรียนขนาดเล็กบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล มีระบบวางแผน ดำเนินงาน ติดตาม ประเมินผล และรายงานผลอย่างเป็นระบบ โดยใช้ข้อมูลสารสนเทศ เช่น DMC, School MIS, หรือ Loei 1 Big Data เพื่อประกอบการตัดสินใจและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
5.2 โรงเรียนขนาดเล็กดำเนินการใช้ทรัพยากรร่วมกัน (Resource Sharing) ภายในกลุ่มโรงเรียน เช่น การใช้บุคลากรร่วม การใช้แหล่งเรียนรู้ร่วม การจัดกิจกรรมร่วม หรือการใช้สื่อ เทคโนโลยี นวัตกรรมร่วม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
5.3 โรงเรียนขนาดเล็กมีระบบบริหารจัดการคุณภาพภายในที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีผลการประเมินคุณภาพภายในและ/หรือภายนอกอยู่ในระดับ “ดีขึ้นไป”
5.4 โรงเรียนขนาดเล็กมีเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็ง ทั้งภายในกลุ่มโรงเรียนและกับหน่วยงานภายนอก มีโครงการหรือกิจกรรมร่วมที่ก่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงประจักษ์ เช่น การพัฒนาผู้เรียน การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การพัฒนานวัตกรรม หรือการจัดการทรัพยากรร่วมเพื่อความยั่งยืน
6.1 โรงเรียนขนาดเล็กดำเนินการวางแผน ส่งเสริม และสนับสนุนการใช้ระบบการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) อย่างเป็นระบบ หรือการพัฒนา “รูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก” เพื่อการจัดการเรียนรู้ในบริบทของตนเอง โดยมีการแต่งตั้งผู้รับผิดชอบ ดูแล จัดตารางเรียน และติดตามผลการใช้ DLTV ในแต่ละระดับชั้น
6.2 โรงเรียนขนาดเล็กดำเนินการจัดการเรียนรู้ภายใต้ระบบ โรงเรียนพี่เลี้ยง–โรงเรียนปลายทาง (Mentor–Satellite Model) ภายในกลุ่มโรงเรียน โดยโรงเรียนพี่เลี้ยงทำหน้าที่ให้คำปรึกษา ถ่ายทอดแนวทางการจัดการเรียนรู้ การใช้สื่อ DLTV หรือ OBEC Content Center และนวัตกรรมทางการศึกษาแก่โรงเรียนปลายทาง เพื่อให้การจัดการเรียนรู้ของผู้เรียนในโรงเรียนขนาดเล็กมีคุณภาพ เท่าเทียม และต่อเนื่อง
6.3 โรงเรียนขนาดเล็กมีนวัตกรรมการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม หรือนวัตกรรมการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก ที่พัฒนาขึ้นจากการใช้ DLTV หรือระบบเครือข่ายโรงเรียนพี่เลี้ยง–ปลายทาง หรือรูปแบบการบริหารตามบริบทโรงเรียน
6.4 โรงเรียนขนาดเล็กมีการเผยแพร่ผลงานนวัตกรรมการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม หรือ นวัตกรรมการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และขยายผลสู่โรงเรียนในเครือข่ายและในระดับต่าง ๆ